Je's profileJe t'aimePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
Je t'aimeใดๆในโลกล้วนอนิจจัง... ทุกสิ่ง เกิดขึ้น...ตั้งอยู่...แล้วดับสูญ October 12 "The examination is similar a war"Hi everyone,
I've just finished my 1st semester final examination. It's very very hard for me to read the book all and understand all things. But now it passed, thanks god. ^^
3 weeks after is my suffer, had migraine almost of the days and lost a few weight 555+. It's good. How about all of you (IPSFers)? I'm not hear from anyone (OH! except Aina from Spain)
Miss all of you and want to hear from you soon. Write me just a comment.
อ่ะ และแล้ว ภาคอินเตอร์ก็ผ่านไป
เฮ้อ...สอบเสร็จซะที เหนื่อยเจงๆ ทำไมมันถึงสอบนานงี้ฟะ เกือบตาย แต่รอดมาได้
ได้ข่าวว่าเกรดคลินิกออกแล้ว แต่ยังไม่รู้เรยครับ ยังไม่กล้าด้วยหละ เหอๆ
ปิดเทอมแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะได้พักผ่อน เพราะต้องขับรถรับ-ส่งน้องไปเรียนพิเศษที่สยามแต่เช้าตรู่ทุกวัน
ใครจะชวนเที่ยว ไอ้แอมว่างนะจ๊ะ..อิอิ
อ่ะ มาอัพตอนโกอินเตอร์กันต่อ คราวที่แล้วจบฮ่องกงใช่มะ
วันแรกที่ไต้หวัน (Day 0)
เหยียบประเทศไต้หวันตอนประมาณสี่โมงเย็นด้วยเที่ยวบิน CI802 จากฮ่องกง แบบงงๆหละ
ทำไมสนามบินมันเล็กกระจิ๋วหลิวงี้ฟะ?? สภาพคล้ายสนามบินนครศรีธรรมราช หรือ เชียงใหม่หละ
คนที่เคยไปจะรู้จะ เราก็แบบ งงๆ นะ นี่ชั้นมาลงสนามบินไทเป เมืองหลวงไต้หวันนี่หว่า
แต่ก็เอาเหอะ เค้าคงสร้างมานานแล้ว
พอถึงก้อเดินออกมา แล้ว...คนที่จะมารับเราอยู่ไหนฟะ แย่แล้ว มีแต่ภาษาจีน กะคนจีนหน้าเหลืองๆเต็มไปหมด
เน็ทเลยอาสาเดินไปดูอีกฝั่งนึงให้ ก้อเจอกัน แนะนำตัวกันเรียบร้อย
เรื่องแรกที่เราถามกันคือ โทรศัพท์ เพราะหลายคนก็มีปัญหา คือ ต้องคุยกะแฟน
RC คือ ฝ่ายต้อนรับของเค้าก็เดินไปหาดูให้ แบบงงๆ แล้วก็กลับมาเรียกให้ตามไป
ตอนแรกจะไม่ได้ซื้อทุกคน คือ เรากะมลกะฝ้ายตั้งใจซื้ออยู่แล้ว แต่ทำไปทำมาทุกคนก็ซื้อกัน
โชคดีที่ไต้หวันไม่ได้ใช้ระบบ CDMA ก้อสบายไป หอบโทรศัพท์อะไรของเราไปก็ใช้ได้เลย
(เราเอา Sony Ericson ของพี่จุ๋มไป เพราะว่ามันมี dictionary)
ทีนี้ก็ถึงเวลานั่งรอ เค้าบอกให้รอรถนะ จะเข้าห้องน้ำก็ได้ เพราะนั่งรถไปประมาณ 1 ชั่วโมง
ก้อ อ่ะ นึกว่าเป็นแบบ จัดรถมารับ ป่าวเลย
มันส่งเราขึ้นรถเมล์ แบบรถเมล์แอร์ ปอ.2 อ่ะ ช่วยเรายกกระเป๋าขึ้นรถ
แล้วพอเราขึ้นเสร็จเค้าก็ยืนโบกมือบ๋ายบายเรา
เห้ย...ไม่ได้ไปด้วยกันหรอ?? มิน่าล่ะ ให้เราท่องชื่อโรงแรมภาษาจีนเหลือเกิน
พยายามให้เราออกเสียงชื่อโรงแรมให้ได้... เอาหละ หลังจากผจญภัยกะฮ่องกงมาแล้ว
ไต้หวันก็ไม่แพ้กัน นั่งรถไปด้วยใจตุ้มต่อม โทรหาหม่ามี้ บอกว่าถึงแล้ว แต่ยังไม่รู้จะลงตรงไหน
ห้าๆๆ...แม่ก็ตกใจไปตามระเบียบ
แล้วก้อ แต่นแต๊น..มาถึงโรงแรมด้วยความสวัสดิภาพ เพราะดูรูปโรงแรมไปก่อนล่วงหน้า
ก้อ ตื่นเต้นดีนะ เข้าเช็คอิน ลงทะเบียน รับของแจก รับกุญแจ
ดีใจๆ ได้อยู่กะไอ้เน็ท 2 คน เป็นเตียงใหญ่ ห้องเป็นแถวทางเดินกลาง เลยไม่มีหน้าต่าง
เตียงเป็นคิงส์ไซส์ เต็มห้องเลย แทบไม่มีที่วางกระเป๋า
ห้องน้ำใหญ่ใช้ได้ มีอ่างอาบน้ำ
ที่สำคัญ ชักโครก มีฝารองนั่งแบบปรับอุณหภูมิให้อุ่น และฉีดน้ำล้างก้นให้ด้วย "เวิร์คมากค่ะ"
เปิดทีวี เป็นทีวีเสียเงิน เหอๆ ดูช่องฟรีละกันนะ ไม่มีงบขนาดนั้นหรอก
รื้อของออกจากกระเป๋า แขวนเสื้อผ้าที่ยับอยู่ให้มันคลายตัว
พักผ่อนเล็กน้อย และพาไอ้ฝ้ายไปส่งห้องมัน คือ ห้องเรากะเน็ท ติดกับ ห้องเจกะมล
ส่วนฝ้ายไปอยู่กะมีน และ เพื่อนจากจุฬาฯ
ก้อ เราอยู่ห้อง 821 ก้อคือชั้น 8 แต่ฝ้ายอยู่ 1407 ก้อกะว่าชั้น 14 แต่หายังไงก็ไม่เจอชั้น 14
ในลิฟท์ไม่มี เราก้อลงไปถามที่ info desk ว่าไอ้ห้องนี้มันอยู่ที่ไหน
เค้าก็ไม่รู้กัน...เวงละไอ้ฝ้ายเอ๊ย แกจะได้นอนมั้ยเนี่ย
ไปถามที่ front และถามๆๆๆ ไปเรื่อยๆตลอดทาง
จนได้ความว่ามันอยู่อีกตึกนึง ด้านหลัง
ก้อเดินไป ขึ้นลิฟท์ เพราะตึกที่เราอยู่มันมีแค่ชั้น 12 ก้อกะว่ามั้นต้องนับต่อ เพราะฉะนั้น
กดลิฟท์ชั้น 2 (ลิฟท์มี 3 ชั้น) ขึ้นไป ไม่เจอ
ก้อลงบันไดมา ไม่เจออีก ทำไง
ขึ้นไปใหม่ ลองลงอีกบันไดนึง ถึงจะเจอ สรุปว่า มันเป็นชั้นครึ่งๆ ที่ไม่มีลิฟท์ถึง
เหอๆ ใช้เวลาทั้งหมด 30 กว่านาที กว่าจะถึงห้องมัน
และนั่งเม้าท์กะจุฬาฯอีกนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ เพราะเค้ามาถึงแต่เช้า
จากนั้น กลับห้อง เตรียมตัวไป Welcome party
แต่งตัวใหม่ไม่ทันแล้ว ก้อ แต่งหน้านิดหน่อยแล้วก้อลงไป
ได้รับแจกไพ่คนละ 1 ใบ...แล้วก็กินๆๆ (มีของว่างนิดหน่อยแหละ)
และก็เล่นเกมโดยให้หาไพ่เลขเดียวกันดอกเดียวกัน
เราดันไปเจอกรุ๊ปที่เป็นไต้หวันล้วนเลยเดินหานานหน่อย เพราะเค้ารวมกันเอง ไม่คิดจะตามหาใครเลย
เสร็จแล้วก้อ ปล่อยฟรี เรากะเน็ทซึ่งเหนื่อยกะการปั้นหน้า และปรับภาษาให้เข้าที่เข้าทาง
คือ ฟังภาษาอังกฤษซะเหนื่อยแล้น ก้อนั่งพัก
จากนั้น...ก้อมีกลุ่มเด็กเกาหลีใต้ มานั่งคุยด้วย โดยดึงเก้าอี้ล้อมเรากะเน็ทกะมล ไว้เลย
เหอๆ แบบว่า จะเข้าก็ไม่ได้ จะออกก็ไม่ได้ นั่งคุยกันไปจน 4 ทุ่ม
มันก็บอกว่ามันจะไป dining out ก้อเลยแยกย้ายกัน
เรากลับขึ้นห้อง กินชานมไข่มุกที่เค้าแจกมาตอนลงทะเบียน
โห...อร่อยขาดใจเลย แล้วก็นั่งเม้าท์กันนิดหน่อย ก่อนไปอาบน้ำ
และตั้งชื่อกลุ่มเกาหลีนั่นว่า "แก๊งลูกหมู" จากที่ไอ้ฝ้ายบอกว่าเป็นหมูเกาหลี
จบวันแรกและ
วันพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามาพิธีเปิด ใส่ชุดนักศึกษาด้วย
คนไทยใส่ชุดนักศึกษากันหมดเลย...อิอิ
พักก่อนละกันนะ วันแรกยาวหน่อย เด๋วต่อๆไปเป็นประชุม คงไม่มีอะไรเยอะ
กะเขียนไว้เป็น diary ด้วยน่ะ เลยย้าวยาว และ ละเอียดไปหน่อยนะ
ใครขี้เกียจก้ออ่านข้ามๆบ้างก็ได้จ้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะ
ขอกำลังใจด้วย...ช่วยกันเมนท์หน่อยจ้า
เด๋วว่างๆกลับมาอัพต่อ...ดึกละ ยังไม่ได้อาบน้ำเลย
บะบาย
แอมเอง
d^-^b
September 02 HOME SWEET HOME, ThailandHi IPSFers,
Long time no see. (eiei just 14 days abroad.) There're to many new experience and too many people to know and to be friends. I felt very happy to back to Thailand but so sad to leave all of you. I miss all of you so much. 11 days in Taiwan is the beautiful days for me all new things make me so exciting. One thing that annoyed me until now is I had very short time in Taiwan, I wanna travel around Taiwan , a beautiful island, because I'm not sure if I haven't a chance to come again. But it's OK because I so happy about the activities that all the staff done, it's very interesting.
Thaks for all the good things you've done to me and the good moments that we be together.
Miss all of you so much.
If it possible, I hope to see you in the APPS congress 2008 in Thailand.
(Sorry for my bad English.)
Aime
(If you've already read this, please write a comment for me. thanks ^^ )
สำหรับเพื่อนๆชาวไทยจ้า
ขอโทษทีที่ไม่ได้เข้ามาอัพตั้งน้านนาน...
คิดถึงทุกๆคนที่เมืองไทยเช่นกัน
อันข้างบนนั้นก้อกระแดะไปงั้นแหละ แค่คิดว่าจะมีใครเข้ามาอ่าน
แต่สงสัยว่าจะไม่มี อิอิ มะเปนไร ก้อเข้าใจว่าทุกคนคงงานยุ่ง
กลับมาแล้วนะ พร้อมกับของฝาก เพื่อนก้อคงได้กันไปแล้ว
แหะๆ ขอโทษที่มันน้อยไปหน่อย แต่ก้อเพราะว่ากระเป๋าหนักมาก
ของที่หิ้วขึ้นเครื่องขากลับของทุกคนไม่ต่ำกว่า 15 กิโลฯ
แบบว่า เหมือนจะตาย
กลับมาถึง รักประเทศไทยมากๆ รู้สึกว่า ไปน้านนาน
ไม่รู้ว่ามีใครทางนี้คิดถึงบ้างหรือเปล่า หรือ เพื่อนๆอาจจะรู้สึกว่า เงียบจังเลย ดีจัง
เพราะเวลาอยู่ ไอ้แอมจะเสียงดัง โหวกเหวก โวยวายตลอดเวลา
เหอๆ
ประสบการณ์ 3 วัน ที่ฮ่องกง กับ 11 วัน ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน
สอนอะไรเราเยอะเลยนะ ทำให้เรามองเห็นอะไรๆ ชัดเจนขึ้น
ทำให้อยากยืมสโลแกนของ ททท. มาใช้เลยหละ
เพราะว่า "ไม่ไปไม่รู้" จริงๆ
ความเหนื่อยก็เริ่มตั้งแต่ขาไป เพราะ น้ำหนักเกินครับท่าน
เค้าให้คนละ 20 โลฯ ก้อไปกัน 5 คน ขาไปก้อ 103.9 โลฯถ้วน
เหอๆ กรำแล้วหละ ตอนกลับทำไง
ก้อ เอาเหอะ ทำไรไม่ได้ ไม่ทันละ
พอถึงฮ่องกง ก้อออกจากสนามบิน หิ้วกระเป๋าขึ้นรถเมล์
รู้แต่ว่า ต้องไปลงแถวๆ Mongkok ก้อไป พอไปถึง ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหนต่อ
ถึงจะเจอที่พัก สรุปว่า หาที่พักไม่เจอ แล้วมองไปรอบๆตัวก็มีแต่ภาษาจีนเต็มไปหมดเลย
เหนื่อยก็เหนี่อย ถามใครก็ไม่มีใครรู้ คือ ต้องบอกว่ามันไม่เหมือนเมืองไทย ที่โรงแรมมันก็มองเห็นเลย
แต่ที่พักที่ไปอยู่เนี่ย มันเป็นอพาร์ทเมนต์ แล้วมาแบ่งซอยห้องเอา
ซึ่งทางขึ้นน่ากลัวมาก แบบ ถ้ามาคนเดียวก็จะไม่กล้าขึ้นน่ะ
(ลืมบอกว่าหาเจอได้เพราะพี่ชายคนนึงเค้าหยิบโทรศัพท์ของเค้าออกมาโทรให้)
แล้วก็เข้าไปเจอห้อง อารมณ์ประมาณ หอสิบที่ศาลายา แต่เล็กกว่ามาก แล้วก็มีห้องน้ำในตัว
ซึ่งประตูห้องน้ำเนี่ย ก็เป็นแบบพลาสติก ที่เป็นบานพับไปพับมาอ่ะ แบบใครเข้าไปทำอะไรก้อได้ยินหมดเลย
แล้วก็เป็นเตียง 2 ชั้น
คือ ตอนจองไปจองห้อง 3 คน กับ 2 คน
พอไปถึง ได้ห้อง 5 คน แต่ก้อถูกกว่า ก้อเลย หยวนๆ เอาเงินไปช้อปปิ้งดีกว่า ก้อทนอยู่กันไป
คือ ห้องแคบขนาดที่ว่า ถ้าเอากระเป๋าทุกคนมาเรียงกัน ก้อจะไม่มีทางเดินเลย แล้วก็เปิดกระเป๋าไม่ได้ด้วย
คือ ต้องยัดเข้าไปใต้เตียง แล้วเวลาจะใช้ก้อค่อยดึงออกมา
ผ่านวันแรกไปอย่างทุลักทุเล
วันรุ่งขึ้น ตกลงกันว่าจะไปไหว้พระ ขึ้น peak แล้วก็ดู symphony of light ซึ่งวันเสาร์จะเป็นชุดใหญ่
ก้อ ไปกันโดย นั่งรถใต้ดิน (ที่นั่นเรียก MTR) ข้ามไปฝั่ง HONG KONG (ลืมบอกไปว่า ฝั่งที่พักคือ เกาะเกาลูน)
จริงๆแล้วเป็นรถไฟลอดใต้ทะเลนะ ซึ่งไม่อาจเรียกว่า รถไฟลอยฟ้า หรือ รถไฟใต้ดินได้
เนื่องจากมันวิ่งทั้งลอยฟ้า และใต้ดิน ใต้ภูเขา ใต้ทะเล
แล้วก้อไปต่อรถเมล์ที่สถานีเซ็นทรัล ตอนนี้แหละที่หาป้ายรถเมล์ไม่เจอ
ไปเจอตาหื่นคนนึง แบบตัวเหม็นมาก ขนจมูกยาวออกมาตั้งเกือบเซ็นฯ อี๋มากๆ
รีบเดินหนีแล้วไปถามคนอื่น พวกรุ่นหนุ่มสาวที่ฮ่องกงพูดภาษาอังกฤษดีมากๆเลย
ก้อช่วยได้มาก
ไปถึงก้อเดินๆตามเค้าไป เสียเวลาไปประมาณครึ่งวัน แต่ไม่ได้กินข้าวกลางวัน
เพราะได้กินโจ๊กฮ่องกง สูตรต้นตำรับ ใส่ century egg อร่อยมาก
ตอนแรกก้อคนหาไข่ ว่าทำไมไข่ไม่แตก แล้วไอ้ดำๆในชามนี่มันอะไรกัน
ถึงบางอ้อ ก้อตอนนึกได้ว่า โจ๊กฮ่องกงมันต้องใส่ไข่เยี่ยวม้านี่หว่า
ก้อ เอาก้อเอา ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้ แล้วก้อ ดูเหมือนว่าจะชามเล็กๆ แต่อิ่มมาก
ก้อ สั่งปาท่องโก๋ ตัวเบิ้ม มาอีก 2 ตัว อร่อยสุดใจอีกเหมือนกัน
เนี่ย ไม่เคยคิดว่าโจ๊กจะทำให้อิ่มได้ขนาดนี้ ไปเริ่มรู้สึกหิวอีกทีตอน 4 โมงเย็น
เสร็จจากไหว้พระก้อคิดว่าจะไปไหนกันดี เพราะกะว่าจะขึ้นไปดูวิวบน peak (จุดชมวิวที่ดีที่สุดในฮ่องกง)
ตอนเย็นๆใกล้ๆมืด ก้อเลยตกลงกันว่าจะไปเดินเล่นที่ Tsim Sha Tsui
คิดว่าค่าเรือ ferry ถูกกว่า ก็เลยนั่งเรือข้ามฟากกลับมาเดินๆ
ไม่ค่อยได้อะไรเพราะเป็นห้างและส่วนมากเป็นแบรนด์
ได้ขนมปังมากินกันคนละชิ้น และช็อกโกแลต นิดหน่อย
อ้อ ได้น้ำหอมกันคนละขวดสองขวด ถูกมาก
นั่งเรือกลับไปจะไปขี้น พีค ก้อกะว่าจะนั่ง tramp ซึ่งก็คือ รถรางน่ะเองประมาณรถรางขึ้นดอยสุเทพอ่ะ
แต่พอไปถึง มีคนประมาณ 100 กว่าคนยืนต่อแถวยาวออกมาจากตรงที่ซื้อตั๋ว และขณะนั้นก้อ เกือบ 6 โมงแล้ว
ทำไงดี เพราะจะดู symphony of lights ไม่ทัน ซึ่งจะน่าเสียดายมาก
เพราะวันเสาร์เป็นชุดใหญ่ ก้อตัดสินใจกันว่า
จะกลับไปดู symphony of lights ก่อน แล้วถ้ามีเวลาจะกลับไปขึ้นแทรมป์
ก็รีบนั่งรถเมล์กลับไปที่ท่าเรือ นั่งเรือกลับไปฝั่งเกาลูน ทีนี้ก็วิ่งแล้วสิ
เพราะใกล้เวลามากแล้ว คือ เกือบไม่ทันได้ดูแน่ะ
ถ้าไม่ได้ดูจะเสียใจมากๆ เพราะว่า สวยจับใจจริงๆ
เป็นการแสดงพลุ และไฟจากตึกฝั่งฮ่องกง นานมาก พลุหลายชุด และสวยมากจิงๆ
ถ้ามองไม่ผิด พลุถูกจุดขึ้นจากกลางทะเลนะ
จากนั้นก้อหาข้าวกิน ได้กินเป็นราเมง ซึ่งกว่าจะได้กินก็แย่เหมือนกัน
คือ สั่งอาหารที่แคชเชียร์ และเดินไปรับอีกที่นึง
ซึ่งตรงที่สั่งเนี่ย จิ้มเอาได้ แต่เวลารับ จะเป็น soundtrack ไง
คือ ตะโกนเรียกมารับ ก้อแบบ เอาแล้วไง จะไปฟังออกได้ไงฟะ
ก้อพอดีเจอคนใจดี ช่วยฟังให้ แหม...เกือบไม่ได้กิน
ราเมงนี่ขนาดประมาณ โออิชิราเมนน่ะ ใหญ่มาก แต่อาหารที่ฮ่องกงจะค่อนข้างแพงเมื่อคิดเป็นเงินไทย
น้ำดื่มขวด 600 ml อย่างถูกๆ ก้อประมาณ 30 บาท
แต่ทำไงได้ น้ำน่ะ ก้อต้องกิน ก้อซิ้อเรื่อยไป อยู่ 3 วัน ซื้อน้ำกินไปสองร้อยกว่าบาทมั้ง
แล้วพอกินเสร็จก็ตกลงกันว่าจะไปขึ้นพีคมั้ย ก้ออยากไปกัน
ไปก้อด้าย...ไปข้ามเรืออีก ต่อด้วยรถเมล์สายเดิมไปแทรมป์ ทีนี้คนน้อยแล้ว
ต่อแถวสบายใจ ขณะนั้นประมาณ 3 ทุ่มกว่าแล้น
ก้อ ยืนรอประมาณครึ่งชม. ก้อได้ขึ้น ตื่นเต้นๆ สนุกดี มันขึ้นประมาณ 70 องศาเลยนะ ชันมาก
แต่ขึ้นไปแล้วก็คุ้ม เพราะสวย เก็บมาได้แต่ความทรงจำ เพราะถ่ายรูปมาแล้วไม่สวย
อ่ะ พอมาถึงขาลง คนเยอะมากๆ แบบเป็นร้อยๆคนเลย เพราะมันเป็นเวลาปิดแล้ว
ทำไงล่ะทีนี้ ดีนะที่เน็ทมันหาข้อมูลมาว่า นั่งรถเมล์ลงได้
ก้อเลยไปขึ้นรถเมล์ เอาละ ทีนี้หละ เกิดปัญหาว่า เรือรอบสุดท้ายกี่โมง
แล้วถ้าเรือหมดจะขึ้น mtr จะต้องลงป้ายไหน
ก้อ ไหนๆก้อไหนๆ ถามคนข้างๆนี่แหละ
เค้าดูนาฬิกาแล้วบอกว่า เรือหมดแล้ว
กลับรถไฟได้ ขึ้นสถานีเซ็นทรัล แต่เค้าลงก่อนที่จะถึงสถานีนั้น
ทำไงล่ะ เค้าก้อหันหน้าคุยกัน (เป็นแฟนกัน หน้าตาน่ารักทั้งคู่เลย)
แล้วบอกว่า ลงป้ายเดียวกับเค้าก้อด้ายแล้วเค้าจะบอกทางให้ไปขึ้น mtr
แบบ...โห ซึ้งน้ำใจจริงๆ คนอะไร น่ารักแล้วยังใจดีมีน้ำใจ
สรุปว่าถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ แต่เหนื่อยโคตร
หมดสภาพ เลยอาบน้ำนอน เตรียมลุยวันรุ่งขึ้น
ซึ่งแพลนว่าจะช้อปปิ้งๆๆ สุดๆเลย
เด๋วต่อ blog หน้าละกันนะ
ง่วงละ อัพมายาวมากเลย เหนื่อย
ถ้าพุ่งนี้มีเวลาจะอัพต่อนะค้า
ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านค่ะ
บางคนก้อได้ฟังที่เล่าไปแล้วบ้าง ก้อ อย่าเพิ่งขี้เกียจอ่านนะ
ขอกำลังใจด้วย จะได้มีแรงอัพอีก
แอมเอง
d^-^b
May 21 ของเก่าๆ ก็มีดีนะ ... อย่ามองข้ามล่ะของเก่าๆ ก็ใช่ว่าจะไม่ดีซะทั้งหมดนะ
นี่ไง.... เพื่อนเก่า .....
ที่เมื่อไหร่ก็ยังน่ารักอยู่
เจอกันทีไร ก็มีความสุข แต่ทำไม๊...นานๆถึงจะนัดกันได้สักทีนึง
555
หลังจากบ่มเพาะความคิดถึงไว้จนเต็มที่แล้ว
ก้อได้เวลา นัดเจอกันซักที
คราวนี้เจอกันเยอะมากเลย
(คือ จริงๆแล้วเพื่อนเจอกันบ่อย..เพราะอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว)
เกือบ 20 คนแน่ะ
ก้อไปเจอกันที่ร้าน "แหลมเกตุ"
คือร้านไอ้โค้กนั่นเอง
(ยกความดีความชอบให้นะโค้ก ... ถ้าไม่มีร้านแก
พวกเราก้อคงไม่ได้นัดเจอกันแบบนี้ ไม่ได้ความรู้สึกแบบนี้.... รักแกจริงๆ)
ได้นั่งคุยกัน...
หัวเราะ....แบบที่ไม่เคยได้หัวเราะมานานแสนนาน
หัวเราะ....เหมือนกับว่าพรุ่งนี้จะไม่มีโอกาสให้หัวเราะได้อีก
หัวเราะ....แบบที่ไม่เคยหัวเราะกับใคร
หัวเราะทุกที....เวลามีแม่บอกใครๆว่า แอมไปเจอเพื่อนดาราฯ
เพราะทุกคนจะตกใจว่าแอมมีเพื่อนเป็นดาราตั้งแต่เมื่อไหร่
ห้า ห้า ห้า
เพื่อนที่ให้ความหมายชัดเจนว่าเพื่อน
เพื่อนที่ใช้เวลาคบกันนานกว่าใครๆ
(ก้อบางคนอ่ะนะ ตังแต่เริ่มชีวิตวัยเรียน อ.1 เลยอ่ะ)
ส่วนมากที่สนิทกันและยังติดต่อได้เจอบ้าง จะเป้นเพื่อนที่เรียนด้วยกันสมัย ม.ต้น
ก็ม.ต้น มันเป็นช่วงที่ได้เที่ยว เลยได้สนิทกับเพื่อนมากกว่า
สำหรับเราทุกๆคนที่อยู่ดาราฯมาตั้งแต่ประถม ก้อได้มาสนิทกันตอนม.ต้น
แต่คนที่เพิ่งเข้ามาตอนม.ต้น ก้อสนิทกันไม่แพ้พวกที่อยุ่กันมาตั้งแต่ อนุบาลนะ
รักพวกแกว่ะ
อยากบอกไว้... เด๋วไม่มีใครรู้
แม้จะไม่ค่อยได้เจอ ได้คุย ได้ติดต่อกัน
ด้วยความนิสัยเสียของเราเอง
แต่ก็.... "คิดถึงเสมอนะ"
เมื่อวานยิ่งรู้สึกดี เพราะถึงแม้ว่า
เราจะไม่ค่อยได้กลับไปเจอเพื่อนๆบ่อยๆ
แต่ทุกคนก็ยังต้อนรับ และสนิทใจ คุยกันได้เหมือนเดิม
กัดกันเหมือนเก่า
เป็นความอบอุ่นในหัวใจ ที่เก็บไว้เป็นกำลังใจว่า ....
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราเจอกัน ความอบอุ่นนี้ก็ยังมีอยู่เสมอ
กินจากร้านโค้กเสร็จ
เดินตลาดนัด... กินต่อ ....
กินกันจนแทบเดินไม่ไหว
และก้อ... ไปต่อสิ ราตรียังเยาว์นัก
จะรีบกลับบ้านไปทำไร
เพื่อนๆเรียกร้อง "BURDOCK" หน้ามอ. (บูรพา)
แอมก็ ตอนแรกสองจิตสองใจ แต่ดูว่า นานๆที กับ ยังไงๆ ก้อมีสารถี (เพื่อนที่น่ารัก) ไปส่งบ้านอยู่แล้ว
จะต้องคิดไรมาก แถมคุณแม่ที่น่ารักก้ไม่ดุไม่ว่าไม่บ่นซักคำ
ที่นังแอมจะขอไปผับ
เหอะๆ ก้อ ดึ๊งดึง กันไปสนุกล่ะค่ะ
คนอื่นคงสนุกมากหน่อย เพราะกินเหล้า
แต่เราก็สนุกนะ กินน้ำเปล่า (พุงกางกันเลยทีเดียว)
ก็สนุกแบบน้ำเปล่าแหละ
แถมเพื่อนรักทั้งหลาย ก็พยายามเรียกให้ชนด้วย
บอกว่า "เฮ้ย น้ำเปล่าก็ต้องชนเว้ย"
อ่ะได้ จัดให้ .... เมาน้ำเปล่ากันไป
อิอิ... ขอบคุณทุกคน
แบงค์ ฟาร์ อ้น กิฟท์ หนึ่ง ไอซ์ จิ๊ป มิ้งค์ มุย เค แน๊ต เบิร์ด โค้ก แอน แจ๊ค ปุ้ม เจ๋ปุ๋ม ฯลฯ
ทุกๆคนจริงๆ ที่ให้ความรู้สึกแบบนี้
จะไม่มีใครทำให้เรารู้สึกแบบนี้ได้ถ้าไม่ใช่พวกแก
รักพวกแกทุกคนเลย
แล้วว่างๆนัดเจอกันใหม่นะ
แอมเอง
d^-^b April 28 เสียใจ...เศร้าใจ...แย่.... เก็บเอาไว้คนนึง บอกว่า....แอมเลิกอัพสเปซเถอะ เลิกเข้าไปอ่านด้วย จะอ่านไปทำไม
อัพ...อ่าน... ทุกครั้ง
เสียใจ...เครียด...ทำร้ายตัวเอง...โทษตัวเอง
พอได้แล้ว
แล้วไง...เคยจะฟังมั้ยแอม
หายไปพักนึง เด๋วก็ต้องมาอัพใหม่
แล้วก้อทำให้เพื่อนงง
มีแต่คนบอกว่า
แอมเขียนไรวะ...อ่านไม่รู้เรื่อง
เหอะๆ ขอโทษด้วยนะ รู้สึกว่ามีคนอ่านรู้เรื่องไม่กี่คน
ขอโทษกับคนที่อ่านไม่รู้เรื่อง เพราะไม่ได้ตั้งใจจะเล่าทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็แค่คิดว่า ถ้าเล่าไปทุกอย่าง ก็เหมือนแก้ตัว
เหมือนกับว่า แอมพยายามทำให้ตัวเองดูดี
ทั้งๆที่มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ทำยังไงก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว
ทำร้ายเพื่อนไป 2 คน
คนนึงคือคนที่เคยใกล้ชิดกันมาก
อีกคนนึง เรียกได้ว่าเป็น "เพื่อนสนิท"
ทำลงไปได้ไงนะ ก่อนทำ เคยคิดบ้างมั้ยว่าจะทำให้ใครเสียใจเท่าไหร่
บางทีถ้าแอมยอมเสียใจแค่คนเดียว อาจจะดีกว่า
เพราะแอมก็เสียใจไม่นานอยู่แล้วนี่นา แค่เก็บทุกสิ่งไว้กับตัวเอง
เจอหน้าเพื่อน ก็ยิ้ม หัวเราะ ได้เหมือนปกติ
แอมเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว ไม่เศร้าหรอก แย่ขนาดไหนก็ไม่มีใครรู้
ก็ใครจะคิดว่าคนอย่างแอม ยิ้มได้ทั้งๆที่ข้างในร้องไห้ล่ะ
ร่าเริงเกินไป เหมือนแอมไม่เคยเศร้า...เสียใจ
อยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ
อยากรู้สึกอย่างที่เพื่อนเห็น
เบื่อแล้ว พอแล้ว กับการร้องไห้อยู่คนเดียว
กับการที่ต้องทำอะไรซักอย่าง แรงๆ ให้ไม่ต้องคิด ให้ไม่เจ็บ ไม่ปวด
บางทีการกระทำก็อยู่เหนือการควบคุมนะ อาจจะเป็นการปกป้องตัวเอง
ก็แค่สั่งการให้ทำอะไรก็ได้ ให้เลิกคิด ทำให้เจ็บที่อื่นเทนที่เจ็บอยู่ข้างใน
ร่างกายมีระบบนี้อยู่แล้วนี่ อาจจะเป็นรีเฟล็กซ์ ก็ได้นะ
สั่งให้ร่างกายทำอะไรก่อนที่จะคิดอะไรไปมากกว่านี้ แล้วสติแตก บ้าไป
เหอะๆ ช่างเถอะ ใครจะรู้
------------------------------
เอ่อ แล้วก็เป็นอีกบล๊อกที่อ่านไม่รู้เรื่อง
ช่างมันๆ เอาใหม่นะ
------------------------------
ดูๆเวลาแล้ว เหลืออีกไม่กี่วัน ก็เปิดเทอมอีกแล้ว
ดีใจ กะ เซ็ง อยู่ครึ่งๆ
ดีใจที่จะได้เจอเพื่อนฝูงพร้อมหน้า พร้อมก้าวขึ้นปีสี่ อีกปีที่หนักหนา
เซ็ง เพราะจะต้องเริ่มเรียน วิชาอะไรก็ไม่รู้ ที่เรียนไปก็จำไม่ได้
ดีใจ ที่จะได้รับน้องใหม่อีกแล้ว เตรียมการแสดงงานรับน้องอีกแล้วสิ
(เก๋ กะ กร กะ ปูม จองไว้แล้ว 1 ชุด ไม่มีพลาดแน่)
แล้วก็อะไรอีกหลายอย่าง
เทอมหน้านี้แล้วที่จะไปไต้หวัน ไปประชุม IPSF Congress
ก้อ รวมๆ นักศึกษาเภสัขฯทั่วโลก (ฟังดูยิ่งใหญ่มาก)
ซึ่งยังทำเรื่องไม่เสร็จเลย แล้วยังไม่รู้ว่าได้หยุดวันไหนบ้าง
ขาดเรียนเพียบเลย เฮ้อ....จะตามทันมั้ยเนี่ย
แล้วจะทำเรื่องลาได้มั้ย
พวกที่ไปทำ Universiade ทำไงกันคะ? บอกด้วย
อ่ะ ผ่านไปอีกเรื่อง
อ้อ มีเรื่องตื่นเต้นนิดหน่อย (จะตื่นเต้นไมวะ)
คือ แอมจะได้พาร์ทเนอร์แลปเพิ่มอีกคน ซึ่งน่าจะเป็นฟ้า(ครึ้ม)
เพราะตั๋นลาออกไปแล้ว หลังจากได้รับประสบการณ์ในคณะเภสัชฯ มหิดล ไป 3 ปี
เฮ้อ โชคดีนะเพื่อน ไม่ว่าจะเรียนที่ไหน อวยพรให้จบเร็วๆแล้วกัน
อือ เรื่องอะไร คงมีแค่นี้แหละ
เหมือนจบห้วนๆ สั้นๆเนอะ
แต่เอาเหอะ ก้อเงี้ยแหละ...แอม...
แอมเอง
d-_-b
April 16 สิ่งเดียว...ที่ขอพรพระในปีนี้ปีนี้ ไม่ว่าจะไหว้พระกี่ที่...กี่วัด...
สิ่งเดียวที่ขอพรจากพระ
คือ...
ขอให้แอมมองเห็นทางแก้ปัญหาที่สวยงาม
ขอปัญญา...ที่จะมองเห็นทางออกของปัญหา
ให้ผ่านพ้นปัญหาไปด้วยดี
แต่ดูเหมือนว่า...
คำขอ...จะไม่เป็นจริง
....
ไม่เห็นจะผ่านปัญหาไหนไปด้วยดีเลย
....
เหนื่อยใจ
แม้จะมีกำลังใจขนาดไหน
แต่เมื่อมองไปข้างหน้า...ปัญหาก้อมารออยู่มากมาย
แล้วปัญหาที่เงียบไป ก็ไม่ได้แปลว่ามันจบไปแล้ว
เพียงแต่พักไว้ รอไว้ สักวัน คงกลับมาอีก
แต่แอมก็ยืนยันคำตอบนะ
ทุกสิ่งที่แอมคิด
ทุกสิ่งที่ตอบไป
มันคือตามนั้น ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้
ไม่รู้ว่าทำไม...แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว
แค่รู้สึกว่า...พอแล้ว หยุดเถอะ
ถ้ายิ่งนานไป ก็ดูเหมือนว่า จะยิ่งทำร้ายเธอมากกว่านี้
เพราะถ้าแอมไม่ได้รักใครแล้ว แอมจะแคร์เค้าน้อยมาก
แล้วสิ่งที่แอมทำลงไป จะยิ่งทำร้ายเค้าไปทุกวันๆ
เพราะอย่างนี้แหละ...เลยคิดว่า ถ้าทำร้ายครั้งเดียวเลย
ก็อาจจะเจ็บครั้งเดียว อาจจะมาก อาจจะหนัก
แต่คงดีกว่าที่จะเจ็บซ้ำๆ ยาวนาน
อยากบอกว่า...สิ่งเหล่านี้
มันเกิดขึ้นมานานพอสมควรแล้ว
นานแล้วที่แอมเปลี่ยนไป
ไม่ใช่เพราะแอมมีใครคนใหม่เข้ามา
แม้ใครๆ จะคิดอย่างนั้น
แอมไม่มีสิทธิ์ไปห้ามความคิดใครได้นะ
คนที่รู้จักแอมดีจะรู้ว่า
แอมเกลียดมาก กับการคบใครพร้อมกันทีเดียวสองคน
มันแย่มาก... แล้วแอมจะไม่ทำ
แอมไม่เคยรักใครพร้อมกัน
ไม่เคยอยากเก็บใครไว้ทั้งสองคน
ไม่ชอบความรู้สึกนั้น
รวมถึงความรู้สึกที่ว่า
เลิกกับคนนึง...เพื่อมาคบกับอีกคน
แอมไม่เคยเป็นแบบนั้น
ไม่อยากยืนยันว่าจะไม่เป็น
รู้แค่ว่า...รับไม่ได้ ถ้าใครเป็นแบบนั้น รวมถึงตัวเองด้วย
อาจดูเหมือนคนโกหก...
อาจดูเหมือนกลืนน้ำลายตัวเอง....
แต่อยากยืนยันว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ
ที่บอกว่า...ความรู้สึกที่มี มันหมดไปนานแล้ว
แต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากบอกออกไป
เพราะกลัวเหตุการณ์นี้
กลัวว่าจะเป็นแบบนี้
กลัวความเสียใจรุนแรง กลัวว่าจะรับไม่ได้
แล้วเป็นไง วันไหนก็เหมือนกัน
ไม่ใช่ว่า...ปล่อยเวลาออกไปแล้วอะไรมันจะดีขึ้น
เสียใจ...ก็เสียใจอยู่อย่างนั้นเอง
แต่อยากบอกว่า...
แอมก็เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แอมก็เสียใจในสิ่งที่แอมทำลงไป
มันเหมือน...แอมทำลายชีวิตคนๆนึงไป
รู้สึกเหมือนแอมเป็นคนเลวมาก...อย่างไม่น่าให้อภัย
มันก็สมควรแล้ว ถ้าจะมีใครไม่พอใจแอม หรือแม้แต่จะเกลียดแอม
ไม่แปลกเลยนะ
แต่อยากให้รู้ว่า...แอมไม่ได้สบายใจ
ไม่ได้รู้สึกดีเลย
และคงจมอยู่กับความรู้สึกแบบนี้ไปอีกนาน
ตอนนี้อยากขอพรพระใหม่
เพราะที่ขอไว้เดิมคงจะมากเกินไป
อยากขอให้เค้าคนนั้นไม่ทุกข์ใจนาน ให้เค้าไม่ทรมาน
ขอให้เจอคนที่รักเค้ามาก และจะไม่ทำให้เค้าเสียใจเหมือนที่แอมทำ
ขอให้เค้ามีความสุข
นะคะ...ได้โปรด
แอมเอง
dT-Tb
March 26 สเปซไม่สามารถเขียนได้ทุกอย่างนะสงสัยมะ...ว่าทำไมช่วงสอบเราอัพสเปซบ๊อย...บ่อย
ไม่อ่านหนังสือหนังหาบ้างรึไงวะแอมเอ๊ย
อัพสเปซได้แทบทุกวัน
แต่พอสอบเสร็จปุ๊บ....ปิดเทอม
ไอ้แอมหายเงียบ...สเปซว่างเปล่า
วังเวง...เหอะๆ
มันก็เปงงี้แหละ ตอนสอบมันเครียด แล้วก็เลยหาทางระบาย
แต่เรื่องที่เครียดตอนสอบ มันเขียนลงสเปซได้ไงล่ะ
แต่เรื่องบางเรื่อง ก็ไม่ควรป่าวประกาศให้ใครๆรับรู้ไปซะทุกคน
มันควรเป็นเรื่องที่น่าจะต้องเก็บไว้คนเดียวนะ
เก็บไว้คิด...พิจารณาตัวเองคนเดียว
แม้ว่า อยากบอกให้ใครๆรับรู้ใจจะขาด
ก้อเงี้ยแหละแอม ไม่ค่อยจะมีความลับอะไรหรอก
มีอะไรก็เล่าให้คนโน้นคนนี้ฟังหมด
บางเรื่องเล่า 5 รอบ ก้อ มันคนละคนกัน
ถ้าใครไม่รู้ก็เสียใจ...ก้อสนิทกะคนโน้นคนนี้ไปเรื่อย
เพื่อนมีเป็นหอบ...หอบไม่ไหว
แต่บางเรื่อง...มันก็พูดยากจริงๆนะ... -_-"
คนเรา...จะรักใครพร้อมๆกันทีละหลายคนได้มั้บ
รักแบบเดียวกันน่ะ แบบที่ไม่ใช่เพื่อน
ที่มันพิเศษกว่านั้น
คงแย่ถ้ามีใครตอบว่าได้
เพราะถ้าตอบแบบนั้น แปลว่าต้องมีคนเสียใจ
(เอ... หรือว่าตอบแบบไหนก็มีคนเสียใจก็ไม่รู้นะ)
เฮ้อออออ....
ไม่รู้จะทำไงดี....เหนื่อยใจ....
ง่วงละ...ง่วงมาก
ไปนอนดีก่า
ฮ้าววววว.......
แอมเอง
dT_Tb
(ถ้าห้ามน้ำตาได้คงดี)
ป.ล. เฮ้ย...ช่วงนี้อัพสเปซบ้าบอ ไม่ได้รู้เรื่องเล้ย...บ้าป่าวเธอ
ขอโทษเพื่อนฝูงที่เข้ามาอ่านด้วยคับ March 21 คิดถึง...สเปซ...ไม่ได้เข้ามาอัพตั้งนานอีกแล้ว
เหอะๆ
คิดถึงจัง รู้ว่ามีคนเข้ามาอ่านแล้วอ่านอีก
แต่ก็ไม่มีอะไรใหม่ๆ
แล้วก็ยังเช้ามาอ่านทั้งที่รุ้ว่าจะไม่มีอะไรใหม่
(งงมั้ย??.... ช่างมัน)
ก็เป็นเงี้ยแหละ
โดนดุมาว่าพอแย่ๆ อารมณ์ down สุดฤทธิ์
ก็เข้ามาป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ แล้วเป็นห่วง
แต่พอหาย ทุกอย่าง seem to be good
ก็หายไป ไม่ยอมมาบอกให้รู้ว่าดีแล้ว
ปล่อยให้เป็นห่วงอยู่ได้
เมื่อฟังดังนั้นแล้วก็เลย จัดการซะ
จัดให้เลย
ตอนนี้ อารมณ์อยู่ในช่วงสับสน
เด๋วดี... เด๋วแย่
มันก็แล้วแต่เรื่องนะ เรื่องที่ดี ก็มี
เรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่ได้ก็เยอะ
แต่อาจจะไม่ได้รู้สึกแย่มาก
เพราะกำลังใจดี
ที่ยังเหลือ ก็คือเรื่องที่แก้ปัญหาไม่ได้
ก็ร้องไห้ไปแล้ว แย่มาก
ร้องจนไม่อยากร้องอีกแล้ว
ก็เลย กลับมาทำตัวเป็นปกติ
โยนอะไรๆ ทิ้งๆไป
เลิกคิดถึงปัญหาที่เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้
มามองในสิ่งที่ทำได้ ทำแล้วมีความสุขดีกว่า
ไม่รู้ว่า ความสุขจะอยู่ไปนานแค่ไหน
พอมีความสุขแล้วก็อยากรีบตักตวงไว้
ให้เป็นกำลังใจในวันนี้เหนื่อย...ล้า...ทุกข์ใจ
ซึ่งมันก็อาจจะตามมาในไม่ช้า
เข้าไปอ่าน blog ของวินมา
แล้วก็รู้สึกว่า
เมื่อเวลาผ่านไป อะไรๆก็เปลี่ยน
ทุกอย่างคือความเคยชิน
response ต่ำลง จนหายไปเลย
รับได้อยู่สักพักนึง...จากนั้น ความรู้สึกดีๆ ของเราก็จะหายตามไปเอง
จากนั้นก็... (คิดเองละกันนะ)
เฮ้อ...ไม่เห็นรู้เรื่องเลย
อะไรว้า
แอมเองจ้า d^-^b
|
||||
|
|