Je's profileJe t'aimePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 02 HOME SWEET HOME, ThailandHi IPSFers,
Long time no see. (eiei just 14 days abroad.) There're to many new experience and too many people to know and to be friends. I felt very happy to back to Thailand but so sad to leave all of you. I miss all of you so much. 11 days in Taiwan is the beautiful days for me all new things make me so exciting. One thing that annoyed me until now is I had very short time in Taiwan, I wanna travel around Taiwan , a beautiful island, because I'm not sure if I haven't a chance to come again. But it's OK because I so happy about the activities that all the staff done, it's very interesting.
Thaks for all the good things you've done to me and the good moments that we be together.
Miss all of you so much.
If it possible, I hope to see you in the APPS congress 2008 in Thailand.
(Sorry for my bad English.)
Aime
(If you've already read this, please write a comment for me. thanks ^^ )
สำหรับเพื่อนๆชาวไทยจ้า
ขอโทษทีที่ไม่ได้เข้ามาอัพตั้งน้านนาน...
คิดถึงทุกๆคนที่เมืองไทยเช่นกัน
อันข้างบนนั้นก้อกระแดะไปงั้นแหละ แค่คิดว่าจะมีใครเข้ามาอ่าน
แต่สงสัยว่าจะไม่มี อิอิ มะเปนไร ก้อเข้าใจว่าทุกคนคงงานยุ่ง
กลับมาแล้วนะ พร้อมกับของฝาก เพื่อนก้อคงได้กันไปแล้ว
แหะๆ ขอโทษที่มันน้อยไปหน่อย แต่ก้อเพราะว่ากระเป๋าหนักมาก
ของที่หิ้วขึ้นเครื่องขากลับของทุกคนไม่ต่ำกว่า 15 กิโลฯ
แบบว่า เหมือนจะตาย
กลับมาถึง รักประเทศไทยมากๆ รู้สึกว่า ไปน้านนาน
ไม่รู้ว่ามีใครทางนี้คิดถึงบ้างหรือเปล่า หรือ เพื่อนๆอาจจะรู้สึกว่า เงียบจังเลย ดีจัง
เพราะเวลาอยู่ ไอ้แอมจะเสียงดัง โหวกเหวก โวยวายตลอดเวลา
เหอๆ
ประสบการณ์ 3 วัน ที่ฮ่องกง กับ 11 วัน ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน
สอนอะไรเราเยอะเลยนะ ทำให้เรามองเห็นอะไรๆ ชัดเจนขึ้น
ทำให้อยากยืมสโลแกนของ ททท. มาใช้เลยหละ
เพราะว่า "ไม่ไปไม่รู้" จริงๆ
ความเหนื่อยก็เริ่มตั้งแต่ขาไป เพราะ น้ำหนักเกินครับท่าน
เค้าให้คนละ 20 โลฯ ก้อไปกัน 5 คน ขาไปก้อ 103.9 โลฯถ้วน
เหอๆ กรำแล้วหละ ตอนกลับทำไง
ก้อ เอาเหอะ ทำไรไม่ได้ ไม่ทันละ
พอถึงฮ่องกง ก้อออกจากสนามบิน หิ้วกระเป๋าขึ้นรถเมล์
รู้แต่ว่า ต้องไปลงแถวๆ Mongkok ก้อไป พอไปถึง ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหนต่อ
ถึงจะเจอที่พัก สรุปว่า หาที่พักไม่เจอ แล้วมองไปรอบๆตัวก็มีแต่ภาษาจีนเต็มไปหมดเลย
เหนื่อยก็เหนี่อย ถามใครก็ไม่มีใครรู้ คือ ต้องบอกว่ามันไม่เหมือนเมืองไทย ที่โรงแรมมันก็มองเห็นเลย
แต่ที่พักที่ไปอยู่เนี่ย มันเป็นอพาร์ทเมนต์ แล้วมาแบ่งซอยห้องเอา
ซึ่งทางขึ้นน่ากลัวมาก แบบ ถ้ามาคนเดียวก็จะไม่กล้าขึ้นน่ะ
(ลืมบอกว่าหาเจอได้เพราะพี่ชายคนนึงเค้าหยิบโทรศัพท์ของเค้าออกมาโทรให้)
แล้วก็เข้าไปเจอห้อง อารมณ์ประมาณ หอสิบที่ศาลายา แต่เล็กกว่ามาก แล้วก็มีห้องน้ำในตัว
ซึ่งประตูห้องน้ำเนี่ย ก็เป็นแบบพลาสติก ที่เป็นบานพับไปพับมาอ่ะ แบบใครเข้าไปทำอะไรก้อได้ยินหมดเลย
แล้วก็เป็นเตียง 2 ชั้น
คือ ตอนจองไปจองห้อง 3 คน กับ 2 คน
พอไปถึง ได้ห้อง 5 คน แต่ก้อถูกกว่า ก้อเลย หยวนๆ เอาเงินไปช้อปปิ้งดีกว่า ก้อทนอยู่กันไป
คือ ห้องแคบขนาดที่ว่า ถ้าเอากระเป๋าทุกคนมาเรียงกัน ก้อจะไม่มีทางเดินเลย แล้วก็เปิดกระเป๋าไม่ได้ด้วย
คือ ต้องยัดเข้าไปใต้เตียง แล้วเวลาจะใช้ก้อค่อยดึงออกมา
ผ่านวันแรกไปอย่างทุลักทุเล
วันรุ่งขึ้น ตกลงกันว่าจะไปไหว้พระ ขึ้น peak แล้วก็ดู symphony of light ซึ่งวันเสาร์จะเป็นชุดใหญ่
ก้อ ไปกันโดย นั่งรถใต้ดิน (ที่นั่นเรียก MTR) ข้ามไปฝั่ง HONG KONG (ลืมบอกไปว่า ฝั่งที่พักคือ เกาะเกาลูน)
จริงๆแล้วเป็นรถไฟลอดใต้ทะเลนะ ซึ่งไม่อาจเรียกว่า รถไฟลอยฟ้า หรือ รถไฟใต้ดินได้
เนื่องจากมันวิ่งทั้งลอยฟ้า และใต้ดิน ใต้ภูเขา ใต้ทะเล
แล้วก้อไปต่อรถเมล์ที่สถานีเซ็นทรัล ตอนนี้แหละที่หาป้ายรถเมล์ไม่เจอ
ไปเจอตาหื่นคนนึง แบบตัวเหม็นมาก ขนจมูกยาวออกมาตั้งเกือบเซ็นฯ อี๋มากๆ
รีบเดินหนีแล้วไปถามคนอื่น พวกรุ่นหนุ่มสาวที่ฮ่องกงพูดภาษาอังกฤษดีมากๆเลย
ก้อช่วยได้มาก
ไปถึงก้อเดินๆตามเค้าไป เสียเวลาไปประมาณครึ่งวัน แต่ไม่ได้กินข้าวกลางวัน
เพราะได้กินโจ๊กฮ่องกง สูตรต้นตำรับ ใส่ century egg อร่อยมาก
ตอนแรกก้อคนหาไข่ ว่าทำไมไข่ไม่แตก แล้วไอ้ดำๆในชามนี่มันอะไรกัน
ถึงบางอ้อ ก้อตอนนึกได้ว่า โจ๊กฮ่องกงมันต้องใส่ไข่เยี่ยวม้านี่หว่า
ก้อ เอาก้อเอา ไม่คิดว่าจะอร่อยขนาดนี้ แล้วก้อ ดูเหมือนว่าจะชามเล็กๆ แต่อิ่มมาก
ก้อ สั่งปาท่องโก๋ ตัวเบิ้ม มาอีก 2 ตัว อร่อยสุดใจอีกเหมือนกัน
เนี่ย ไม่เคยคิดว่าโจ๊กจะทำให้อิ่มได้ขนาดนี้ ไปเริ่มรู้สึกหิวอีกทีตอน 4 โมงเย็น
เสร็จจากไหว้พระก้อคิดว่าจะไปไหนกันดี เพราะกะว่าจะขึ้นไปดูวิวบน peak (จุดชมวิวที่ดีที่สุดในฮ่องกง)
ตอนเย็นๆใกล้ๆมืด ก้อเลยตกลงกันว่าจะไปเดินเล่นที่ Tsim Sha Tsui
คิดว่าค่าเรือ ferry ถูกกว่า ก็เลยนั่งเรือข้ามฟากกลับมาเดินๆ
ไม่ค่อยได้อะไรเพราะเป็นห้างและส่วนมากเป็นแบรนด์
ได้ขนมปังมากินกันคนละชิ้น และช็อกโกแลต นิดหน่อย
อ้อ ได้น้ำหอมกันคนละขวดสองขวด ถูกมาก
นั่งเรือกลับไปจะไปขี้น พีค ก้อกะว่าจะนั่ง tramp ซึ่งก็คือ รถรางน่ะเองประมาณรถรางขึ้นดอยสุเทพอ่ะ
แต่พอไปถึง มีคนประมาณ 100 กว่าคนยืนต่อแถวยาวออกมาจากตรงที่ซื้อตั๋ว และขณะนั้นก้อ เกือบ 6 โมงแล้ว
ทำไงดี เพราะจะดู symphony of lights ไม่ทัน ซึ่งจะน่าเสียดายมาก
เพราะวันเสาร์เป็นชุดใหญ่ ก้อตัดสินใจกันว่า
จะกลับไปดู symphony of lights ก่อน แล้วถ้ามีเวลาจะกลับไปขึ้นแทรมป์
ก็รีบนั่งรถเมล์กลับไปที่ท่าเรือ นั่งเรือกลับไปฝั่งเกาลูน ทีนี้ก็วิ่งแล้วสิ
เพราะใกล้เวลามากแล้ว คือ เกือบไม่ทันได้ดูแน่ะ
ถ้าไม่ได้ดูจะเสียใจมากๆ เพราะว่า สวยจับใจจริงๆ
เป็นการแสดงพลุ และไฟจากตึกฝั่งฮ่องกง นานมาก พลุหลายชุด และสวยมากจิงๆ
ถ้ามองไม่ผิด พลุถูกจุดขึ้นจากกลางทะเลนะ
จากนั้นก้อหาข้าวกิน ได้กินเป็นราเมง ซึ่งกว่าจะได้กินก็แย่เหมือนกัน
คือ สั่งอาหารที่แคชเชียร์ และเดินไปรับอีกที่นึง
ซึ่งตรงที่สั่งเนี่ย จิ้มเอาได้ แต่เวลารับ จะเป็น soundtrack ไง
คือ ตะโกนเรียกมารับ ก้อแบบ เอาแล้วไง จะไปฟังออกได้ไงฟะ
ก้อพอดีเจอคนใจดี ช่วยฟังให้ แหม...เกือบไม่ได้กิน
ราเมงนี่ขนาดประมาณ โออิชิราเมนน่ะ ใหญ่มาก แต่อาหารที่ฮ่องกงจะค่อนข้างแพงเมื่อคิดเป็นเงินไทย
น้ำดื่มขวด 600 ml อย่างถูกๆ ก้อประมาณ 30 บาท
แต่ทำไงได้ น้ำน่ะ ก้อต้องกิน ก้อซิ้อเรื่อยไป อยู่ 3 วัน ซื้อน้ำกินไปสองร้อยกว่าบาทมั้ง
แล้วพอกินเสร็จก็ตกลงกันว่าจะไปขึ้นพีคมั้ย ก้ออยากไปกัน
ไปก้อด้าย...ไปข้ามเรืออีก ต่อด้วยรถเมล์สายเดิมไปแทรมป์ ทีนี้คนน้อยแล้ว
ต่อแถวสบายใจ ขณะนั้นประมาณ 3 ทุ่มกว่าแล้น
ก้อ ยืนรอประมาณครึ่งชม. ก้อได้ขึ้น ตื่นเต้นๆ สนุกดี มันขึ้นประมาณ 70 องศาเลยนะ ชันมาก
แต่ขึ้นไปแล้วก็คุ้ม เพราะสวย เก็บมาได้แต่ความทรงจำ เพราะถ่ายรูปมาแล้วไม่สวย
อ่ะ พอมาถึงขาลง คนเยอะมากๆ แบบเป็นร้อยๆคนเลย เพราะมันเป็นเวลาปิดแล้ว
ทำไงล่ะทีนี้ ดีนะที่เน็ทมันหาข้อมูลมาว่า นั่งรถเมล์ลงได้
ก้อเลยไปขึ้นรถเมล์ เอาละ ทีนี้หละ เกิดปัญหาว่า เรือรอบสุดท้ายกี่โมง
แล้วถ้าเรือหมดจะขึ้น mtr จะต้องลงป้ายไหน
ก้อ ไหนๆก้อไหนๆ ถามคนข้างๆนี่แหละ
เค้าดูนาฬิกาแล้วบอกว่า เรือหมดแล้ว
กลับรถไฟได้ ขึ้นสถานีเซ็นทรัล แต่เค้าลงก่อนที่จะถึงสถานีนั้น
ทำไงล่ะ เค้าก้อหันหน้าคุยกัน (เป็นแฟนกัน หน้าตาน่ารักทั้งคู่เลย)
แล้วบอกว่า ลงป้ายเดียวกับเค้าก้อด้ายแล้วเค้าจะบอกทางให้ไปขึ้น mtr
แบบ...โห ซึ้งน้ำใจจริงๆ คนอะไร น่ารักแล้วยังใจดีมีน้ำใจ
สรุปว่าถึงที่พักโดยสวัสดิภาพ แต่เหนื่อยโคตร
หมดสภาพ เลยอาบน้ำนอน เตรียมลุยวันรุ่งขึ้น
ซึ่งแพลนว่าจะช้อปปิ้งๆๆ สุดๆเลย
เด๋วต่อ blog หน้าละกันนะ
ง่วงละ อัพมายาวมากเลย เหนื่อย
ถ้าพุ่งนี้มีเวลาจะอัพต่อนะค้า
ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านค่ะ
บางคนก้อได้ฟังที่เล่าไปแล้วบ้าง ก้อ อย่าเพิ่งขี้เกียจอ่านนะ
ขอกำลังใจด้วย จะได้มีแรงอัพอีก
แอมเอง
d^-^b
Comments (8)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://a-i-me.spaces.live.com/blog/cns!23BCDC1240FC339B!399.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|